บทที่ 3 คนที่เธอไม่เคยมอง
บ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่นัก ตั้งอยู่ในซอยเงียบสงบ รั้วเตี้ยกับต้นไม้ที่คุณแม่ปลูกไว้เรียงรายทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นและเป็นกันเอง ตัวบ้านทาสีอ่อน เฟอร์นิเจอร์ภายในไม่หรูหราแต่สะอาดและเป็นระเบียบ
เมื่ออัยยากลับมาถึงบ้านก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้สวัสดีคนเป็นแม่ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น หญิงวัยกลางเอ่ยถามลูกในทันทีที่เห็น
“กลับมาแล้วเหรออัย วันนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ยลูก”
“ก็…พอไหวค่ะ งั้นอัยขอเข้าห้องก่อนนะคะ มีรายงานที่ต้องทำต่อ”
จากนั้นร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องนอน ปิดประตูลงเสียงแผ่ว ก่อนจะถอดแว่นตาออกวางไว้บนโต๊ะ กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกทีละเม็ด ตามด้วยกระโปรงนักศึกษาที่ถูกถอดพาดไว้บนพนักเก้าอี้
หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจก ในสภาพที่เหลือเพียงชุดชั้นในปกปิด ร่างกายที่จะแสนดูธรรมดาตอนนี้กลับดูน่ามองอย่างประหลาด
แชะ!
เสียงชัตเตอร์ของกล้องดังขึ้นอย่างชัดเจน หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ แสงไฟในห้องสะท้อนเรือนร่างบางอย่างพอดี ท่าทาง ยียวนที่ปรากฏบนท่าทีและแววตา ดูราวกับเป็นคนละคนกับอัยยาที่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครเมื่อช่วงบ่าย
กริ๊ง! กริ๊ง!
ทันทีที่ปลายนิ้วกดส่งภาพออกไป เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อัยยารับสายแทบจะในทันที ก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงนุ่ม
ไม่นานเสียงจากปลายสายลอดออกมา แฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในน้ำเสียง
“ส่งรูปมายั่วฉันอีกแล้วนะ”
“ก็เน่คิดถึงตะวันนี่คะ”
อัยยาหลับตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงที่เคยปกติ ตอนนี้กลับโดนดัดให้เล็กแหลมขึ้น
ปลายสายหัวเราะเบา ๆ
“คิดถึงก็มาให้เจอสิ ฉันอยากเจอเนเน่ใจจะขาดอยู่แล้ว เน่เอาแต่เห็นหน้าฉันฝ่ายเดียวแบบนี้ เอาเปรียบฉันเกินไปรึเปล่า”
“เน่ก็อยากเจอตะวันนะคะ…แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
“แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่ ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ”
อัยยาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ทำไมล่ะ ตะวันไม่อยากรอเน่แล้วเหรอ”
อีกฝ่ายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบเสียงแผ่วลง
“อยากรอสิ แค่รู้สึกว่ามัน…นานเกินไป”
“ไม่เอา…ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว” เธอเปลี่ยนน้ำเสียงให้เบาลง “วันนี้เล่าให้เน่ฟังหน่อยสิ ว่าไปเจออะไรมาบ้าง”
ปลายสายถอนหายใจ
“ก็เรื่องเดิม ๆ”
“หืม…เรื่องเดิม ๆ นี่หมายถึงอะไรคะ”
อีกฝ่ายเงียบไปอึดใจ ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
“มีเพื่อนอยู่คนนึง เห็นหน้าทีไรก็รู้สึกรำคาญ คอยวิ่งตามหลังฉันอยู่ได้”
อัยยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อเสียงเรียบ
“แล้ว…ไม่ชอบเหรอคะ”
“ไม่ชอบ ดูธรรมดาเกินกว่าจะชอบ”
คำพูดนั้นทำให้ปลายนิ้วของเธอเกร็งเล็กน้อย
“แล้วถ้าเน่…ธรรมดาแบบนั้นล่ะคะ”
เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังจากปลายสาย
“เนเน่จะธรรมดาแบบนั้นได้ยังไง ดูแซ่บขนาดนี้”
เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“ไม่เอาแล้ว ไม่พูดเรื่องคนอื่นแล้วดีกว่า มาดูสิ…ว่าวันนี้เนเน่จะทำให้ฉันมีความสุขได้ยังไง”
อัยยาหลับตาลง ยิ้มบาง ๆ ทั้งที่หัวใจสั่นไหว
“แล้วตะวันอยากให้เน่ทำอะไรล่ะคะ…หื้ม”
ปากเล็กไม่พูดเปล่า มือเรียว ๆ ค่อย ๆ ขยับปลดสายเสื้อชั้นในออกช้า ๆ ร่างกายบิดเร้ายั่วอารมณ์ชายหนุ่มผ่านหน้าจอถือ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทว่าทุกการเคลื่อนไหวต้องหยุดลงในทันที เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงเรียกของคุณแม่ที่แทรกเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ทานข้าวได้แล้วลูก”
“ใครน่ะ แม่เหรอ”
เสียงจากปลายสายทักถามขึ้น
“อื้อ งั้นเน่วางสายก่อนนะ เดี๋ยวโทรหาใหม่ อย่าคิดถึงเน่มากเกินไปล่ะ”
น้ำเสียงเล็กแหลมยังคงแฝงความเย้ายวนไม่เปลี่ยน
บนหน้าจอ ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกดวางสายลงในที่สุด
ร่างเล็กรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ติดกระดุมให้เรียบร้อยก่อนสวมแว่นกลับเข้าที่ แล้วสาวเท้าออกจากห้องทันที ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รุ่งเช้า
อัยยาในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอยาวคลุมเข่า รีบเร่งมาหยุดยืนตรงหน้าตึกวิศวกรรมเหมือนทุกวัน กล่องข้าวในมือถูกยื่นให้ตะวันตามเคย ยังไม่ทันที่เธอจะได้นั่งลง ชายหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“เมื่อวานบอกจะไปซื้อน้ำให้ ทำไมไม่เห็นโผล่มาล่ะ นึกว่าตายห่าไปล่ะ”
ร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเบา
“เอ่อ...เราเห็นมีคนซื้อให้ตะวันแล้ว ก็เลยคิดว่า…ตะวันคงไม่ต้องการน้ำจากเรา”
พูดจบหญิงสาวก็นั่งลงตรงข้าม มือเรียวขยับแว่นตาอย่างเคยชิน ตะวันกอดอกมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด
“แล้วนั่นทำอะไรอีก”
“อ๋อ รายงานน่ะ ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่รบกวนตะวันหรอก”
ไม่นานนัก กลุ่มนักศึกษาสาวที่เดินผ่านก็เหลือบมองตะวันด้วยสายตาวาววับ ก่อนจะหันไปซุบซิบกันเมื่อเห็นอัยยานั่งอยู่ตรงนั้น
“พี่คนนั้นหล่อมากเลยอะ”
“นั่นแฟนเขาเหรอ ดูธรรมดาจัง ไม่เหมาะกันเลย”
“ทำบุญวัดไหนเนี่ย…”
เสียงหัวเราะคิกคักค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันมามองเธออีกครั้ง สายตาคมฉายแววหงุดหงิดมากกว่าเดิม
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงนิ้วเคาะโต๊ะจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้น ก่อนที่ตะวันจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
“นี่ ไปทำที่อื่นไป”
อัยยาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงทำงานตรงหน้าต่อ
“อีกแป๊บเดียวเอง เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
“กูบอกให้ไปทำที่อื่น ไม่เห็นเหรอว่าคนเข้าใจผิดกันหมดแล้ว”
“ปกติเราก็นั่งแบบนี้ทุกวัน…”
“งั้นมึงอยู่ กูไป”
ร่างสูงลุกขึ้นยืน มืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทีฉายความหงุดหงิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง กำลังจะหันหลังเดินจากไป ทว่าเสียงเรียกของอัยยาก็ดังขึ้นเสียก่อน
หญิงสาวรีบลุกตาม ร่างเล็กสั่นน้อย ๆ ขณะขยับแว่นเหมือนพยายามรวบรวมความกล้า
“เดี๋ยวก่อน…ตอนบ่ายตะวันมีแข่งบาสใช่มั้ย เดี๋ยวเราไปเชียร์นะ”
